MobileUncategorized

วิวัฒนาการของ SIM มือถือ

คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือย่อมรู้จักและคุ้นเคยกับ “ซิมการ์ด” (SIM card) เป็นอย่างดี เพราะเป็นซิมขนาดเล็กที่ผู้ให้บริการเครือข่ายจะให้กับผู้สมัครใช้บริการ เมื่อทำการใส่ซิมที่ได้ลงไปในสมาร์ทโฟนก็จะสามารถใช้งานเครือข่ายนั้นได้ทันที ส่วนค่าใช้จ่ายก็เป็นไปตามเงื่อนไขหรือแพคเกจที่ได้สมัครไว้ตั้งแต่เริ่มต้นก่อนการใช้งาน และข้อดีอีกอย่างของซิมการ์ดคือสามารถถอดเปลี่ยนออกมาได้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนสมาร์ทโฟนจากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่งโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เสียด้วยซ้ำ ส่งผลให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกมากขึ้น

สมัยเริ่มต้นที่มีการใช้ซิมการ์ด รูปแบบของซิมการ์ดจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ คือ Mini SIM ขนาด 25mm x 15mm x 0.76mm ต่อมาก็ปรับเปลี่ยนให้มีขนาดเล็กลง Micro SIM 15mm x 12mm x 0.76mm จนปัจจุบันเหลือขนาด Nano SIM 12.3mm x 8.8mm x 0.67mm ซึ่งการปรับเปลี่ยนขนาดของซิมมีปัจจัยมาจากเครื่องสมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาให้เล็กและบางลงในบางรุ่นก็เป็นแบตเตอรี่ที่ถอดออกไม่ได้จึงเป็นสาเหตุที่ต้องปรับเปลี่ยนซิมให้มีขนาดเล็กลงตามไปด้วย

ซึ่งในอนาคตรูปแบบของซิมการ์ดจะเริ่มเปลี่ยนไปโดย GSMA (GSM Association) องค์กรตัวแทนบริษัทโทรคมนาคมกว่า 800 บริษัททั่วโลกและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการบริการด้านเครือข่ายอีกกว่าร้อยบริษัทที่มีการริเริ่มพุดคุยเกี่ยวกับการความสามารถควบคุมซิมการ์ดจากระยะไกล (Remote SIM Provisioning) แบบไร้สายไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน ด้วยการนำ embedded SIM (eSIM) หรือที่เรียกว่าซิมการ์ดแบบฝังเข้าไปในอุปกรณ์มาใช้แทนซิมแบบเดิมที่ถอดเปลี่ยนได้

eSIM จะไม่ใช่ซิมแบบเดิมๆ เพราะมันสามารถที่จะตั้งโปรแกรมได้ จึงเหมาะสำหรับนำไปติดตั้งบนอุปกรณ์อย่างถาวรในระหว่างการผลิต เช่น ใน Smartwatch หากว่าอนาคตสมาร์ทโฟนมาปรับเปลี่ยนเป็น eSIM แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอยู่บ้าง แต่ท้ายสุดผู้บริโภคก็จะได้รับประโยชน์เพราะการกำจัดช่องใส่ซิมการ์ดพื้นที่ภายในสมาร์ทโฟนก็จะมีเหลือเยอะขึ้นสำหรับนำไปพัฒนาเพิ่มส่วนประกอบอื่นๆ อาทิเช่น เพิ่มความจุของแบตเตอรี่ หรือฟีเจอร์กันน้ำ เป็นต้น นอกจากนั้น eSIM อาจจะเป็นอุปสรรคต่อผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ เพราะโรมมิ่งมีราคาสูง จึงทำให้เลือกที่จะใช้บริการ WiFi หรือใส่ซิมท้องถิ่นแทน

จากที่กล่าวมาในข้างต้นยังอยู่ในช่วงของการพูดคุยซึ่งยังไม่ได้กำหนดเป็นรูปธรรมอย่างเด่นชัด เพราะยังต้องมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างซึ่งต้องมีการทำความเข้าใจและข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ผลิต ผู้ให้บริการเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้องด้านอื่นๆ อีกมากมาย แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่จะเป็นก้าวยิ่งใหญ่ต่อไป คาดว่าในช่วงแรกย่อมมีความสับสนชั่วคราวในการใช้งานแต่พอผ่านไปสักระยะหนึ่ง ก็จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวอย่างแน่นอน